วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สื่อนอกเผยไทยเสี่ยงติดเอดส์จากเข็มเสพติด

ผู้เชี่ยวชาญด้านยาเสพติดจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ในประเทศออสเตรเลีย เผยว่าไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ผู้ใช้เข็มฉีดยาเสพติด ไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อ 1 มี.ค.ว่า อ.บรัดเลย์ มาเธอร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านยาเสพติด พร้อมทีมงานประจำมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งศึกษาค้นคว้าการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์ และตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ “แลนเซต” เผยว่า กว่า 90 % ในกลุ่มผู้ใช้เข็มฉีดยาเสพติดทั้ง 16 ล้านคนทัั่วโลกไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านการป้องกันการติดเชื้อ อีกทั้งรัฐบาลเองก็ละเลยความสำคัญกับภาวะเสี่ยงของคนกลุ่มนี้ที่กำลังเป็นปัญหาด้านสุขภาพร่างกายกันมากขึ้น ทั้งที่รัสเซีย จีน มาเลเซียและไทย

ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ติดยาเสพติดด้วยการใช้เข็มฉีดยา 16 ล้านคนทั่วโลก เชื่อว่ามีเลือดเป็นบวกราว 3 ล้านคน และผู้ติดยาราว 10 ล้านคนเชื่อว่าอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อ ขณะที่ขั้นตอนการป้องกันการติดเชื้ออย่างเช่น แจกจ่ายเข็มฉีดยา, ถุงยางอนามัยและยาเสริม เช่น ยาเมธาโดน ซึ่งเป็นยาแก้ปวด แต่รัฐบาลหลายประเทศกลับมองว่าย่ิงเป็นการส่งเสริมให้กับผู้ติดยาเสพติด

นอกจากนี้ นายแกร์รี่ สติมสัน ผอ.สมาคมลดความรุนแรงระหว่างประเทศ กล่าวหาประเทศดังกล่าวที่ใช้วิธีเล่นการเมืองกับกลุ่มติดเสี่ยงโรคเอดส์อีก หลายล้านคนกับผลของการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะรัสเซีย ซึ่งผู้ใช้เข็มฉีดยาเสพติดกำลังเข้าสู่การแพร่ระบาดเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์ รวดเร็วที่สุดในโลก

ขณะเดียวกัน ในกลุ่มผู้ใช้เข็มฉีดยาทั่วโลกเข้าโครงการใช้เข็มและกระบอกฉีดยา (เอ็นเอสพี) เพียง 8 % ซึ่งกระจายค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 100 % ในไอร์แลนด์กับสาธารณรัฐเช็กไปจนถึงต่ำกว่า 3 % ในจีน, มาเลเซียและไทย

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

6 สัญญาณเตือนภัยเขากำลังเปลี่ยนไป๋

เป็นธรรมดาที่ผู้หญิงส่วนใหญ่อดจะหวาดกลัวไม่ได้กับความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว อันหนึ่งมาจากพฤติกรรมที่หลอกลวงของฝ่ายชาย เราคงเคยได้ยินสถิติเกี่ยวกับหนุ่มๆมาบ้างว่า กว่าครึ่งของผู้ชายมักมีประวัติเกี่ยวกับความไม่ซื่อสัตย์ และถ้าผู้ชายของคุณอยู่ในครึ่งนี้หล่ะ คุณจะสังเกตอย่างไร ดูจากรอยลิปสติกที่คอเสื้อ ถุงยางอนามัยที่กระเป๋าเสื้อของเขา หรือ เบอร์โทรศัพท์ที่เขียนทิ่งไว้เหรอ เห็นทีมันคงไม่พออีกต่อไป

วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” มีเทคนิิคดีๆให้คุณสาวๆไว้สังเกต 6 สัญญาณเตือนภัยว่าหนุ่มๆข้างกายคุณกำลังหลอกลวงคุณอยู่หรือเปล่ามาฝาก

1.อยู่เขามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
หนึ่งสัญญาณบอกเหตุที่ดีที่สุด คือ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากปกติของคุณหนุ่มๆ แต่ใช่ว่าแค่เขามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย คุรก็จะเหมารวมทั้งหมดว่าเขากำลังทำอะไรผิดอยู่ ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าคุณสาวๆควรเริ่มจากกการถามตัวเองก่อนว่า เขามีพฤติกรรมที่เปลียนไปจากปกติจริงหรือไม่ แะมันเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามขอให้คุณเริ่มหาคำตอบจากการถามตัวเองก่อนทุกครั้ง

2.เขาพยายามหลบเลี่ยงคุณหรือเปล่า
หากวันหนึ่งคุณรู้สึกว่าอยู่ดีๆผู้ชายที่เคยมาหาคุณทุกวัน หรือไม่อย่างน้อยก้ต้องโทรหา แต่วันหนึ่งเขากลับเริ่มถอยห่าง อ้างเหตุผลร้อยแปดเพื่อที่จะไม่ต้องพบคุณ กระทั่งในวันหยุดสุดสัปดาหื ให้คุรสันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า เขากำลังมีอะไรที่ผิดปกติอยู่ แน่นอนว่าแม้เขาจะยุ่งแต่การแวะมาทักทายหรือบอกรักคุณเป้นสิ่งที่เขาควรทำ ดังนั้นหากเขาพยายามหลบเลี่ยงไม่ใช้เวลาร่วมกับคุณ นั่นก็เป็นไปได้ว่าเขากำลังเอาเวลาไปใช้กับคนอื่นแทน

3.คุณมีเซ็กซ์น้อยลง หรือต่างไปจากเดิม
คุณอาจคิดว่าผู้ชายที่กำลังจะนอกใจแฟน ต้องปฏิเสธการมีเซ็กซ์กับพวกเธออย่างสิ้นเชิง แต่ขอบอกว่าไม่เสมอไป เพราะผู้ชายจำนวนไม่น้อยจะยอมมีเซ็กซ์กับคู่รักของเขาน้องลงเพียงเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย ดังนั้นคุณควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมดังกล่าว รวมถึงสังเกตไปให้ลึกถึงคุณภาพของการมเซ็กซ์ของคุณด้วย ว่าบทรักที่เคยโรแมนติกอ่อนหวานของเขาเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

4.การตอบสนองในเรื่องทั่วๆไปที่เขามีต่อคุณเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่
เชื่อเถอะว่าเมื่อคุณหนุ่มๆกำลังมีเรื่องอะไรในใจ พฤติรรมที่แสดงออกถึงความอ่อนหวาน โรแมนติกเมื่อตอนตกหลุมรักกันใหม่ๆนั้นย่อมมลายหายไป จากเดิมที่เขาเคยปฏิบัติต่อคุณด้วยความรัก แต่เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นรำคาญ และหงุดหงิดง่ายอย่างไม่มีเหตุผล นั่นแสดงว่ากำลังมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับความรักของคุณ ทางที่ดี คุณจึงควรหาเหตุผลว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงไป

5.จู่ๆเขาก็ต้องการความเป็นส่วนตัวขึ้นมา
คงไม่ใช่เรื่องปกติแน่ หากผู้ชายของคุณจะเดินไปรับโทรศัพท์ที่แีกห้องหนึ่งเสมอ หรือ เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในรถยนต์ แม้ว่าในบางครั้งก็ต้องยอมรับว่าเขาก็ต้องมีเรื่อส่วนตัวบ้าง แต่การปิดหน้าจออีเมลทันที เมื่อคุณเดินมา หรือเปลี่ยนห้องน้ำเป้นตู้โทรศัพท์ พร้อมทั้งเปลี่ยนที่อยู่ในการจัดส่งบิลโทรศัพท์มาเป็นที่ทำงานแทน เพราะนั่นเท่ากับคุณไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขากำลังมีบางอย่างที่ผิดปกติ

6.เขากลายเป็นคนเชื่อถือไม่ได้
แน่นอนว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณจับได้ว่าเขากำลังโกหกคุณ เช่น เขาไม่ได้อยู่ออฟฟิช แต่เมื่อคุณถามกลับบอกว่าอยู่ที่นั่น หรือ เขาบอกคุณว่าอยู่กับเพื่อน แต่ไม่กี่นาทีต่อมาเพื่อนคนนั้นกลับกำลังโทรหาเขา แน่นอนว่าไม่ว่าจะทำอะไร แต่ละคนย่อมมีแผนการในใจตัวเอง ดังนั้นเมื่อไหร่ที่ผู้ชายของคุณไม่ได้อยู่ในที่ๆเขาบอกคุณ นั่นก้เป็นไปได้ว่าเขากำลังอยู่กับผู้หญิงคนอื่น

แฉ10สถานการณ์ คุกคามคนไทย 'หวัด09-ยานรก'

ผอ.สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ แฉ 10 สถานการณ์เด่นคุกคามคนไทย ทั้ง เหล้า บุหรี่ โรคเรื้อรัง เอดส์ อุบัติเหตุ นับวันยิ่งอาการรุนแรง ชี้ต้องจ่ายค่ารักษาสุขภาพมากถึง 134,587 ล้าน ...

เมื่อวันที่ 4 ม.ค. นพ.พินิจ ฟ้าอำนวยผล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของคนไทยที่พบมากที่สุด คือ ปัญหาด้านสุขภาพ เพราะจากการประเมินสถานการณ์ด้านสุขภาพของคนไทยปี 2552 โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า มาตรการและการควบคุมโรคต่างๆ ที่ผ่านมาอาจยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะยังมีปัญหาสุขภาพ กว่า10 สถานการณ์ของโรคที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนได้แก่ 1.ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่มีผู้ป่วย และเสียชีวิตกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ จากรายงานผู้เสียชีวิตถึงวันที่ 19 ธ.ค.2552 มีจำนวน 191 ราย 2. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบว่าคนส่วนใหญ่ไม่ป้องกัน จากผลสำรวจใช้ถุงยางอนามัยเพียง 10% เท่านั้น 3.โรคเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และหลอดเลือด รวมถึงโรคมะเร็ง มีผู้ป่วยที่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาลรวมกว่า 1.4 ล้านคน 4.อุบัติเหตุ ซึ่งในรอบปี 2552 เกิดอุบัติเหตุ 23,000 ครั้ง เสียชีวิต 3,000 รายสร้างความสูญเสียกว่า 600 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความประมาทในการขับขี่ 5. ปัญหาสุขภาพจิต ในปี 2552 พบว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีคะแนนสุขภาพจิตที่ต่ำกว่าคนทั่วไป 14.7%

6.พฤติกรรมสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เสพยาเสพติด ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา โดยพบว่าปี 2549 มีผู้สูบบุหรี่ 35,000 ล้านมวนต่อปี รวมไปถึงการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า คือเพิ่มจาก 1,500 ล้านลิตรในปี 2539 เป็น 2,500 ล้านลิตรในปี 2549 และปัญหายาเสพติดก็เริ่มกลับเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เห็นได้จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ระบุว่า ยาเสพติดแพร่ระบาดสู่ สถานศึกษาเพิ่มขึ้นจาก 22.5% ในปี 2546 เป็น 34% ในปี 2551 7.สิ่งแวดล้อม อาทิ การติดเชื้อต่างๆจากสารเคมี ยากำจัดศัตรูพืช โดยพบมากกว่า 81 ราย ต่อประชากรแสนคน 8.ปัญหาความรุนแรง เริ่มก่อตัวขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างเท่าตัว ในปี 2550 มีเด็กและเยาวชนถูกจับกุมด้วยคดีทำร้ายร่างกายกว่า 7,700 คดี เพิ่มจาก 4,800 คดีในปี 2546 9.วิกฤติเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหาร เห็นได้จากการถูกเลิกจ้างทำให้จำนวนคนว่างงานเพิ่มมากขึ้น ในปี 2550 จำนวน 460,000 คนในปี 2551 หรือเพิ่มขึ้น3.4% และในปี 2552 พบจำนวนคนว่างงานเพิ่มขึ้น 0.7 เมื่อเทียบกับปี 2551 และ10.ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ซึ่งคนไทยมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพรวมแล้วกว่า 134,587 ล้านบาท

รวบแท๊กซี่พร้อมยาบ้า สารภาพหาเงินส่งลูกเรียน

ผู้ต้องหาสารภาพทำมาหลายครั้งแล้ว อ้างอาชีพขับรถแท็กซี่ มีรายได้น้อย เงินไม่พอส่งลูกเรียนหนังสือ ขณะที่ ตร.ส่งตัวดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป....

วันนี้(3 ต.ค.)เวลา 07.00 น.พ.ต.ท.นพเก้า โสมนัส รอง ผกก.(ปป.)สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดอีกหลายนาย ร่วมกันจับกุม นายอนุสรณ์ โพธิ์ศรีอุ่น อายุ 47 ปี ได้พร้อมยาบ้า สีส้มบรรจุในถุงพลาสติกฟ้า ห่อหุ้มด้วยถุงยางอนามัย จำนวน 395 เม็ด รถยนต์แท็กซี่บุคคล สีเขียวเหลือง ยี่ห้อ โตโยต้า ทะเบียน มค-3079 กทม.พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง

สอบสวนนายอนุสรณ์ ให้การว่า เป็นคน อ.อุบลรัตน์ แต่ไปขับรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯประมาณ 20 ปี แล้ว ส่วนยาบ้ารับมาจากนายเล็ก ถุงละ 30,000 บาท นำมาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ อ.อุบลรัตน์ น้ำพอง และในเมืองขอนแก่น ถุงละ 35,000 บาท ทำมาหลายครั้งๆละ 400-600 เม็ด และก่อนจะถูกจับได้ ตนกำลังเดินทางกลับไปทำบุญออกพรรษาที่ อ.อุบลรัตน์ โดยนำยาบ้ามาส่งให้กับลูกค้าด้วย แต่ยังไปไม่ถึงก็ถูกตำรวจจับได้ก่อน ที่ทำไปทั้งหมด ก็เพราะอาชีพขับรถแท็กซี่ มีรายได้น้อย เงินไม่พอส่งลูกเรียนหนังสือ จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พ.ต.ท.สุธน สีหามาตย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไวในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายต่อไป