ผู้เชี่ยวชาญด้านยาเสพติดจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ในประเทศออสเตรเลีย เผยว่าไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ผู้ใช้เข็มฉีดยาเสพติด ไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อ 1 มี.ค.ว่า อ.บรัดเลย์ มาเธอร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านยาเสพติด พร้อมทีมงานประจำมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งศึกษาค้นคว้าการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์ และตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ “แลนเซต” เผยว่า กว่า 90 % ในกลุ่มผู้ใช้เข็มฉีดยาเสพติดทั้ง 16 ล้านคนทัั่วโลกไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านการป้องกันการติดเชื้อ อีกทั้งรัฐบาลเองก็ละเลยความสำคัญกับภาวะเสี่ยงของคนกลุ่มนี้ที่กำลังเป็นปัญหาด้านสุขภาพร่างกายกันมากขึ้น ทั้งที่รัสเซีย จีน มาเลเซียและไทย
ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ติดยาเสพติดด้วยการใช้เข็มฉีดยา 16 ล้านคนทั่วโลก เชื่อว่ามีเลือดเป็นบวกราว 3 ล้านคน และผู้ติดยาราว 10 ล้านคนเชื่อว่าอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อ ขณะที่ขั้นตอนการป้องกันการติดเชื้ออย่างเช่น แจกจ่ายเข็มฉีดยา, ถุงยางอนามัยและยาเสริม เช่น ยาเมธาโดน ซึ่งเป็นยาแก้ปวด แต่รัฐบาลหลายประเทศกลับมองว่าย่ิงเป็นการส่งเสริมให้กับผู้ติดยาเสพติด
นอกจากนี้ นายแกร์รี่ สติมสัน ผอ.สมาคมลดความรุนแรงระหว่างประเทศ กล่าวหาประเทศดังกล่าวที่ใช้วิธีเล่นการเมืองกับกลุ่มติดเสี่ยงโรคเอดส์อีก หลายล้านคนกับผลของการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะรัสเซีย ซึ่งผู้ใช้เข็มฉีดยาเสพติดกำลังเข้าสู่การแพร่ระบาดเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์ รวดเร็วที่สุดในโลก
ขณะเดียวกัน ในกลุ่มผู้ใช้เข็มฉีดยาทั่วโลกเข้าโครงการใช้เข็มและกระบอกฉีดยา (เอ็นเอสพี) เพียง 8 % ซึ่งกระจายค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 100 % ในไอร์แลนด์กับสาธารณรัฐเช็กไปจนถึงต่ำกว่า 3 % ในจีน, มาเลเซียและไทย
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น